ใช้ประโยชน์จากระบบ Monitoring กันเถอะ (ตอนที่ 1)

เมื่อติดตั้งโซลาร์รูฟเสร็จแล้วเริ่มใช้งาน งานของจริงเพิ่มจะเริ่มต้น เราทุกคนอยากเห็นการผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่ เต็มเม็ด เต็มหน่วย คนส่วนใหญ่มักจะตื่นเต้นและติดตามดูว่าแต่ละวันเราผลิตไฟได้มากน้อยแค่ไหน เป็นความภูมิใจที่ใหญ่หลวงของคนที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด วิธีหนึ่งที่สามารถตามดูการผลิตได้ที่จอหน้าอินเวอร์เตอร์ เป็นข้อมูลเบื้องต้นว่า วันนี้ เดือนนี้หรือตั้งแต่เริ่มใช้งาน เราผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดนี้ไปได้เท่าไหร่

นอกจากนั้นก็สามารถติดตามได้จาก App ที่ผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ส่วนใหญ่มักให้ใช้ฟรี นอกจากดูหน่วยไฟที่ผลิตแล้ว เราต้องดูเปรียบเทียบการผลิตกับปริมาณแสงแดด คือ ค่าพลังงานเสงอาทิตย์ (Insolation) ควบคู่กันไปด้วย ถ้าแสงแดดน้อยหรือมาก โซลาร์รูฟก็จะผลิตพลังงานไฟฟ้าแปรผันไปด้วย ตัวชี้วัดที่ใช้ติดตามดูคือ Performance Ration (PR ratio in %) ก็คือ วัดพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงเทียบกับพลังงานตามทฤษฎีที่ควรผลิตได้ตามความเข้มแสงที่มีในช่วงเวลานั้นๆ โดยมีการปรับปรุงด้วย factor อื่นๆ ที่สำคัญคืออุณหภูมิ เพราะถ้าร้อนขึ้น เซลล์แสงอาทิตย์ก็จะผลิตได้น้อยลง ค่า PR% ที่ดีควรจะอยู่เกือบๆ 80% อย่าลืมติดตามดู PR Ratio กันนะครับ 

 

 

 

 

 

ตอนต่อไป Admin จะพูดถึง ตัวชี้วัดอื่นๆที่เป็นประโยชน์ และ Monitoring Application ที่สามารถทำอะไรได้มากขึ้น แล้วพบกันครับ

พร้อมกันหรือยัง กับนโยบายโซลาร์ภาคประชาชน

หากกระทรวงพลังงานดันนโยบายโซลาร์ภาคประชนชนออกมาได้จริง ปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า  Admin รับรองได้ว่าจะต้องมีเจ้าของบ้าน หรือโรงงานสนใจติดตั้งโซลาร์กันเป็นจำนวนมาก

ราคาระบบ ลดลงมามากแล้ว และ ลูกค้าก็มีทางเลือกมากมาย ลองคำนวณขนาดหลังคาและประเมินต้นทุนการติดตั้งกันได้ ฟรี ที่นี่ 

 

ประโยชน์ของระบบกันไฟไหลย้อน

การไฟฟ้านครหลวง และภูมิภาคได้มีข้อกำหนดไม่ให้โซลาร์รูฟผลิตไฟเกินและไหลย้อนกลับเข้าสู่โครงข่ายของการไฟฟ้า การไฟฟ้าฯกำหนดให้มีอุปกรณ์ตัดไฟเมื่อไฟฟ้าเริ่มไหลย้อน หรือให้มีระบบที่สามารถควบคุมการผลิตไฟฟ้าให้ลดลงเพื่อไม่ให้มีไฟฟ้าเหลือใช้และไหลย้อนกลับเข้าสู่ระบบ เมื่อเปรียบเทียบ 2 ทางเลือกนี้คือ อุปกรณ์ตัดไฟ และ ระบบกันไฟไหลย้อน Admin ดูแล้วว่าทางเลือกที่ 2 จะมีข้อดีกว่าดังนี้

  1. อุปกรณ์ตัดไฟ จะตัดแยกระบบโซลาร์รูฟออกจากระบบการไฟฟ้าฯทันที ทำให้เจ้าของโซลาร์รูฟเสียโอกาสในการผลิตไฟฟ้า และเสียเวลาในการเชื่อมต่อ (Synchronization) เข้ามาใหม่ มีผลให้การผลิตไฟฟ้าหยุดชะงักและเสียโอกาสประหยัดค่าไฟฟ้า
  2. เมื่ออุปกรณ์ตัดไฟ ทำงาน ถ้าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลระบบไม่ทราบหรือไม่ได้รับแจ้ง และไม่ได้สับ breaker กลับคืน เราจะเสียโอกาสการผลิตไฟฟ้าไประยะหนึ่งเลยทีเดียวจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกระทำการดังกล่าว
  3. เมื่อเราใช้ระบบกันไฟไหลย้อน เราจะติดตั้งโซลาร์รูฟได้ขนาด kW สูงขึ้น เนื่องจากเราไม่ต้องห่วงว่ากำลังการผลิตของเราจะสูงเกินปริมาณความต้องการการใช้ไฟฟ้าจนทำให้อุปกรณ์ตัดไฟทำงานบ่อยๆ
  4. ระบบกันไฟไหลย้อน เป็นประโยชน์ต่อเสถียรภาพของโครงข่ายการไฟฟ้าเอง เนื่องจากว่าไม่มีการตัดการผลิตจากโซลาร์ออกไปทั้งหมดในทันที ความถี่ในระบบของการไฟฟ้าจึงไม่ได้รับผลกระทบ
  5. ระบบกันไฟไหลย้อน ที่ดีนั้นมักจะมากับระบบ Monitoring ที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นช่องทางในการติดตามการผลิตไฟฟ้าและสถานะการทำงานของอุปกรณ์ในระบบ ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

สนใจลงชื่อเข้ากลุ่ม ฟรี!

หากท่านกำลังเริ่มพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย ของการติดตั้งโซลาร์รูฟเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง ท่านสามารถติดต่อเราเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันที

ประเมินต้นทุนได้ด้วยตัวเองติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
error: Content is protected !!