การไฟฟ้านครหลวง และภูมิภาคได้มีข้อกำหนดไม่ให้โซลาร์รูฟผลิตไฟเกินและไหลย้อนกลับเข้าสู่โครงข่ายของการไฟฟ้า การไฟฟ้าฯกำหนดให้มีอุปกรณ์ตัดไฟเมื่อไฟฟ้าเริ่มไหลย้อน หรือให้มีระบบที่สามารถควบคุมการผลิตไฟฟ้าให้ลดลงเพื่อไม่ให้มีไฟฟ้าเหลือใช้และไหลย้อนกลับเข้าสู่ระบบ เมื่อเปรียบเทียบ 2 ทางเลือกนี้คือ อุปกรณ์ตัดไฟ และ ระบบกันไฟไหลย้อน Admin ดูแล้วว่าทางเลือกที่ 2 จะมีข้อดีกว่าดังนี้

  1. อุปกรณ์ตัดไฟ จะตัดแยกระบบโซลาร์รูฟออกจากระบบการไฟฟ้าฯทันที ทำให้เจ้าของโซลาร์รูฟเสียโอกาสในการผลิตไฟฟ้า และเสียเวลาในการเชื่อมต่อ (Synchronization) เข้ามาใหม่ มีผลให้การผลิตไฟฟ้าหยุดชะงักและเสียโอกาสประหยัดค่าไฟฟ้า
  2. เมื่ออุปกรณ์ตัดไฟ ทำงาน ถ้าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลระบบไม่ทราบหรือไม่ได้รับแจ้ง และไม่ได้สับ breaker กลับคืน เราจะเสียโอกาสการผลิตไฟฟ้าไประยะหนึ่งเลยทีเดียวจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกระทำการดังกล่าว
  3. เมื่อเราใช้ระบบกันไฟไหลย้อน เราจะติดตั้งโซลาร์รูฟได้ขนาด kW สูงขึ้น เนื่องจากเราไม่ต้องห่วงว่ากำลังการผลิตของเราจะสูงเกินปริมาณความต้องการการใช้ไฟฟ้าจนทำให้อุปกรณ์ตัดไฟทำงานบ่อยๆ
  4. ระบบกันไฟไหลย้อน เป็นประโยชน์ต่อเสถียรภาพของโครงข่ายการไฟฟ้าเอง เนื่องจากว่าไม่มีการตัดการผลิตจากโซลาร์ออกไปทั้งหมดในทันที ความถี่ในระบบของการไฟฟ้าจึงไม่ได้รับผลกระทบ
  5. ระบบกันไฟไหลย้อน ที่ดีนั้นมักจะมากับระบบ Monitoring ที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นช่องทางในการติดตามการผลิตไฟฟ้าและสถานะการทำงานของอุปกรณ์ในระบบ ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
error: Content is protected !!